|

October 14, 2018 / Comments Off on หนองจอก ชายแดน …. กรุงเทพฯ

หนองจอก ชายแดน …. กรุงเทพฯ


 

เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่หลีกหนีความจำเจ ของเส้นทางปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ

ช่วงเวลาที่สายลมหนาวกำลังเดินทางเข้ามา ท้องทุ่งนาสีเขียวนวลนุ่ม ประดุจท้องทะเลอันกว้างใหญ่ หนองจอกหนึ่งในเส้นทางธรรมชาติแสนจะธรรมดาแต่เหมือนย้อนเวลาได้ไปในอดีต ปั่นจักรยานในเส้นแบบชนบท เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบความดิบๆ ของเส้นทางปั่นจักรยาน #SinghaCyclingClubReview #พี่บลูสิงห์นักปั่น

หนองจอก เป็นเขตการปกครองที่มีพื้นที่มากที่สุดของกรุงเทพมหานคร อยู่ในกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งและเกษตรกรรม มีลำคลองไหลผ่านหลายสาย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กลุ่มผู้ที่มาตั้งถิ่นฐานพวกแรกๆ เป็นชาวไทยมุสลิมที่อพยพมาจากหัวเมืองภาคใต้ โดยตั้งชุมชนตามแนวคลองแสนแสบ ที่นี่มองไปทางไหนก็พบได้เพียงนาข้าวอันกว้างใหญ่

ผมได้การแนะนำชักชวนให้มาลองท่องเที่ยวปั่นจักรยานโดยสมาชิกท่านหนึ่งผู้ที่พักอาศัยในเขตหนองจอก จุดมุ่งหมายของผมก็เพียงต้องการหาสถานที่ปั่นจักรยานในรูปแบบธรรมชาติ ที่ไม่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก

หนองจอกผมไม่เคยรู้จักวันนี้เรามาทำความรู้จัก เส้นทางปั่นจักรยานที่หนองจอกกันครับ เราเริ่มเดินทางกันที่สถานีรถไฟบ้านทับช้าง เส้นทางผ่านไปตามลำคลองบ้านทับช้างล่างกันเล

 

 

การเดินทางของที่นี่คือถนนปูนขนาดเล็ก ระยะทางยาวไกลและมีทั้งรถมอเตอร์ไซค์และคนอาศัยเส้นทางนี้ผ่านไปมา ผมยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับเส้นทางแบบนี้ ยังรู้สึกกลัวไปตลอดเส้นทางสำหรับการเริ่มต้นปั่นจักรยานในรูปแบบที่ผมไม่คุ้นเคย แต่ไม่นานผมก็เริ่มปรับตัวได้ เพราะทางมันทั้งสูงและเล็ก

 

 

 

ที่อยู่อาศัยตลอดเส้นทางริมคลองรถไม่สามารถเข้าถึง ขนาดเจ้าหน้าที่ทหารยังต้องใช้จักรยานในการมาช่วยดูแลพี่น้องประชาชนเลย เขตหนองจอกเป็นที่ตั้งชุมชนชาวไทยมุสลิมจำนวนประมาณกว่าร้อยละ 75 ของประชากรทั้งหมดในเขต แต่ก็มีชุมชนชาวไทยเชื้อสายอื่นๆ อาทิ ชุมชนชาวไทยรามัญ ชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยคริสต์ มีที่อาศัยอยู่บ้าง

 

 

ปั่นจักรยานมาได้ไม่นานผมเริ่มเห็นเส้นทางแนวชนบทได้อย่างชัดเจนขึ้น ไม้กระดานเก่าแก่ เวลาเดินมีเสียงดังเหมือนว่าพร้อมจะหักแต่ไม่หัก มาที่นี่แล้วเราจะได้พบสะพานไม้ บ้านไม้ในรูปแบบต่างๆ เพราะที่นี่มีแต่ลำคลองครับ

 

 

ที่นี่ปลามีให้จับกันได้ตลอดทั้งปีและมีในจำนวนมาก เพราะไม่ว่าผมจะปั่นจักรยานไปทางไหนก็จะเห็นคนจับปลากันไปตลอด จนมีคนพูดว่าต้มน้ำแกงและรอปลาในคลองได้เลย ประเดี๋ยวเดียวก็ได้กินแกงปลาแล้ว น่าจะจริงเพราะเห็นน้องคนงานลงไปจับแป๊บเดียวก็ได้ปลาขึ้นมาโชว์เลย

 

 

จุดหมายที่ผมกำลังเดินทางไปคือ เส้นทางจักรยานรอบแก้มลิงบึงมะขามเทศและบึงสะแกงามสามเดือน ผมต้องการเดินทางแบบไม่ต้องการออกถนนใหญ่มาก เลยเลือกใช้เส้นทาง ชุมชนในการเดินทางแทนครับ

 

 

ผมไม่เคยเดินทางที่ยาวและไกลโดยถนนปูนขนาดเล็กขนาดนี้มาก่อนในชีวิต สมาธิสูงมากๆกับการเดินทางในครั้งนี้

 

 

บางช่วงก็ตกใจกับสัตว์เลี้ยงหลายชนิดที่ชาวบ้านเขาเลี้ยงกันไปตลอดเส้นทางม้าก็มีครับ

 

 

เส้นทางที่นี่มันทำให้ผมตื่นเต้นไปตลอดเส้นทาง ทุกช่วงของการเดินทาง ถ้าขาดสมาธิและความระมัดระวังแล้วอาจจะตกลงน้ำไปได้เสมอๆ สะพานที่นี่สูงเอามากๆด้วยสิครับ

 

 

เด็กนักเรียนที่นี่เขาปั่นจักรยานไปโรงเรียนกัน การที่ใช้เส้นทางกันทุกวันเลยทำให้น้องๆ เขาไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างไร

 

 

มัสยิดกมาลุลอิสลาม หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ทรายกองดินใต้ ประวัติความเป็นมาว่า เมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 บรรพบุรุษได้ช่วยกันถากถางป่าที่รกร้างจนกลายเป็นทุ่งจับจองที่ดินทำกินกันมาช้านาน

 

 

และยังมีเรื่องเล่าอีกว่าในสมัยรัชการที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงเสด็จประภาสคลองแสนแสบโดยทางเรือกลไฟ เมื่อปี พ.. 2450

เมื่อมาเข้าเขตสุเหร่า เครื่องยนต์เกิดขัดข้อง นายท้ายเรือบังคับเรือเข้าฝั่งให้ช่างเครื่องแก้ไข พระองค์ท่านก็ขึ้นมาเดินบนฝั่ง อยู่สักพักเครื่องยนต์ก็ใช้ได้ พระองค์ท่านลงเรือกลับ อยู่มาไม่นานก็มีเรือโยงกลไฟนำหินมา 10 ลำ ทราย 10 ลำ ทหารขนขึ้นมากองไว้นานพอสมควร ชาวบ้านไม่เคยเห็นกองหิน กองทรายใหญ่โตขนาดนี้ ก็พูดว่าทรายกองดินได้ทรงแวะมาเยี่ยมเยียนมัสยิดซึ่งขณะนั้นยังคงเป็นเรือนไม้หลักเล็กๆ และมีกองทรายกองใหญ่เตรียมไว้สำหรับสร้างอาคาร พระองค์ทรงตรัสถามว่ากองทรายเหล่านี้มีไว้ทำไมและได้รับคำตอบว่าเพื่อสร้างสุเหร่า นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านจึงเรียกมัสยิดนี้ว่าสุเหร่าทรายกองดิน

 

 

ผ่านจากเส้นทางที่ผมยังรู้สึกถึงความกลัว ตื่นเต้นและก็ออกถนนมาได้ไม่นานก็มาถึงจนได้ครับ บึงสะแกงามสามเดือน ที่นี่มีเส้นทางปั่นจักรยานสวยให้นักปั่นได้ปั่นกันอย่างจุใจ แต่ที่เป็นเพียงแค่ทางผ่านเพื่อที่จะไปสำรวจที่อื่นต่ออีก ตามผมมาเลยครับผมปั่นไปรอบๆ แล้วก็ออกไปด้านหลังเป็นเส้นทางชาวบ้านอีกเช่นเคยครับ

 

 

เส้นทางถนนเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ มีชื่อว่า เรือนแพ ฟิชชิ่ง ปาร์ค ยังคงเป็นสภาพพื้นดินสีแดง ถ้าไม่บอกว่าที่นี่คือกรุงเทพฯ ผมอาจจะไม่เชื่อ

 

 

 

 

ภายในบึงมีการเพราะเลี้ยงปลา น้ำใสสะอาดและเย็นสบาย แต่ไม่สามารถลงเล่นได้เพราะน้ำลึกมาก แต่มีการจัดแข่งเรือเร็วอยู่เป็นประจำ ท้ายสุดของเส้นทางมีร้านอาหารให้นั่งรับลมเย็นๆ พร้อมชมวิวสวยๆ ไปด้วยครับ

 

 

 

ถ้าเราอยากปั่นจักรยานแล้วอยากพบนาข้าวเขียวๆ ไปตลอดเส้นทางต้องมาที่นี่ครับ หนองจอก ยังคงความเป็นเมืองแห่งการทำนาข้าวอยู่นั่นเอง

 

 

แต่ในอดีตที่นี่มีชาวต่างชาตินำเครื่องจักรมาสีข้าวกันหลายโรง แต่ในปัจจุบันเหลืออยู่ไม่กี่โรงสีแล้วครับ ที่นี่ไม่ได้มีการใช้งานนานแล้ว คนแถวนี้เขาเรียกว่าเรือนโบราณริมน้ำยังคงเป็นหลักฐานบอกเล่าถึงการปลูกข้าวในอดีตที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีเรือมารับและส่งออกไปขายยังต่างประเทศ

 

 

โครงสร้างที่ทำจากไม้และสายพานขนาดใหญ่โต โดยรอบๆโรงสีเป็นเส้นทางลำคลองทำให้สามารถขนส่งได้อย่างง่ายดายโดยทางเรือ มาที่หนองจอกเราจะได้พบเห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในเขตกรุงเทพฯได้ แต่ที่นี่มีให้ชมครับ

 

 

ปั่นไปชมธรรมชาติเลียบริมคลอง ลอดอุโมงค์ต้นไม้ที่ลำลูกกาคลอง 17 ชมวิถีชีวิตแบบชนบท ลำคลองน้ำใสสะอาด เส้นทางท่องเที่ยวในวันนี้ยังเป็นชายแดนทั้ง 4 จังหวัด กรุงเทพฯ นครนายก ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา

 

 

 

 

ถ้ามาแถวนี้ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกแห่งครับ คือ บ้านเรือคลอง16 การตกแต่งโดยใช้เรือโบราณมาก่อสร้าง แนวความคิดใช้ของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

โดยเจ้าของบ้านเรือนเล่าให้ฟังว่าไม่อยากไปตัดต้นใหม่เพื่อมาสร้างสิ่งปลูกสร้าง เพียงเราหาไม้ที่เหลือใช้แล้วจากเรือเก่าๆ แล้วนำมาก่อสร้างน่าจะดีกว่าเป็นความคิดที่ดีและน่ายกส่งเสริมให้คนที่คิดจะตัดไม้ในป่าที่นับวันจะหายากขึ้นทุกทีมองหาไม้เก่าแล้วนำมาดัดแปลง น่าจะเหมาะสมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครับ

 

 

 

 

ปั่นจักรยานออกมาได้ไม่นานนัก ก็มาพบกับสุเหร่าบ้านหนองปลาหมอ(มัสยิดอัรเราะห์มาน) หนองจอกแห่งนี้ มัสยิดไม้เก่าแก่นับร้อยปีงานงดงามราวท้องพระโรงเป็นอาคารเดิมรื้อย้ายมาจากสุเหร่าศาลาลอยในเขตพระโขนง

 

 

 

เพียงคิดว่ากรุงเทพฯ มีบรรยากาศแบบนี้คงเป็นไปไม่ได้หนองจอก มีความเป็นชนบทมากกว่าที่จะเป็นกรุงเทพฯ เหมือนเราได้มีโอกาสมาสัมผัสความเป็นโบราณอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

ต้องหาอะไรทานกันก่อนที่จะกลับผมแนะนำร้านนี้ครับ บรรยากาศดีและอาหารก็อร่อยด้วยครับ

 

 

ที่หนองจอกคุณสามารถชมนกน้ำได้หลายชนิด มีทั้งนกเจ้าถิ่นและนกที่อพยพหนีหนาวมา เป็นที่นิยมของนักถ่ายภาพนกอย่างแพร่หลายทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

 

 

มีศาลาไม้เก่าทรงโบราณให้ได้เห็นไปตลอดเส้นทางโดยมีวัดที่ติดลำคลอง ลำคลองสายต่างๆ เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญมาแต่โบราณอีกด้วย

เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์แต่เดิมมาของพื้นที่ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการจัดรูปการบริหารเป็นเขตหนองจอก มีลำคลองขุดเช่น คลองเก้า คลองสิบ จนถึงคลองสิบสี่ขุดผ่าน และมีคลองลัดตัดเชื่อมระหว่างลำคลองสายหลักในลักษณะก้างปลาอย่างทั่วถึง ทำให้มีการก่อสร้างสิ่งสำคัญๆ ติดลำน้ำไปตลอดเส้นทาง

 

 

แสงของดวงตะวันบอกให้ผมต้องรีบเดินทางกลับบ้านได้แล้ว วันนี้เราปั่นจักรยานในระยะทางไกลแต่ได้ท่องเที่ยวไปทั่วในเขตหนองจอก มีที่เที่ยวไปตลอดเส้นทางแต่ต้องเป็นนักปั่นที่สามารถปั่นจักรยานไกลๆได้ด้วยและสามารถทนต่อแสงแดดได้ดี

 

 

สิ่งที่สะดุดตาทำให้ต้องจอดลงไปถ่ายภาพคือ ประติมากรรมพญาครุฑองค์ใหญ่ เขาบอกว่า หนึ่งเดียวในประเทศไทย ณ วัดประยงค์กิตติวนาราม

 

 

ถ้าเพียงถามความรู้สึกผมว่ามาเที่ยวหนองจอกดีไหม สำหรับคนที่ชอบความเป็นธรรมชาติที่เราไม่ต้องเดินทางไปไกลๆ เพียงออกมาจากเมืองนิดเดียวก็ได้พบอะไรที่เราไม่ได้คาดคิดแล้วครับ เคยฟังเพลงแสนแสบแล้วลองนึกถึงบรรยากาศในรูปแบบเก่าๆ ตามที่ภาพยนตร์ ที่เราๆ ท่านๆ เคยได้ดูได้ชม ที่นี่ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรไปมากนัก

 

 

ที่นี่ไม่มีตึกสูงๆ มองข้างทางยังคงเป็นนาและสวนอยู่เลยครับ สามารถมองท้องฟ้าได้เต็มฟ้า

 

 

คนหนองจอกนิยมการปั่นจักรยานน่าจะเป็นเมืองจักรยานได้ในอนาคต เด็กๆ เดินทางไปโรงเรียนด้วยจักรยานกันเป็นส่วนใหญ่ กิจกรรมของเด็กๆ ที่นี่ก็ปั่นจักรยานเล่นเหมือนๆ กับผู้ใหญ่ที่นิยมกิจกรรมปั่นจักรยานกันตลอดครับ

 

 

 

ผมได้เห็นเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางของถนน แต่เป็นเส้นทางของชุมชนที่ใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน และเดินทางในระยะทางกันไกลๆ จักรยานเหมาะมากกับชีวิตของคนหนอกจอก ชื่อก็คงมีความหมายถึงเส้นทางที่ ไปตามลำคลอง

 

 

พื้นที่กรุงเทพฯ และชายแดนกรุงเทพฯ ยังมีสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวอีกมาก

ทำไมเราไม่มาทำความรู้จักกรุงเทพฯกันให้มากขึ้นละครับ ระยะทางไม่ได้บอกว่าเราเคยได้ผ่านอะไรมากมาย เพียงบอกว่าเป็นตัวเลขเป็นระยะทางแต่การเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวอย่างแท้จริงนั้นสิคือสิ่งที่นักเดินทางควรเข้าให้ถึง

วันนี้เราเดินทางกันหลากหลายสถานที่ ความสุขที่ได้ออกมาเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์ กรุงเทพฯตะวันออก มีสถานที่น่าท่องเที่ยวที่ยังรอนักเดินทางด้วยจักรยานมาท่องเที่ยวกันอีกมากมายครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคนรักในการปั่นจักรยานครับ

 

 

 


Last modified: October 31, 2018